ผู้การชลบุรี ตบทรัพย์ 140 ล้านบาท ลั่นวลีเด็ด “เป้รักผู้การเท่าไร เป้เขียนมา”

จากกรณีที่ ตำรวจสภ.คูคตจ. ปทุมธานี จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปอส.ภ.จว.ชลบุรี ที่ก่อเหตุร่วมกันตบทรัพย์ผู้เสียหาย ในคดีเว็บพนัน และรีดเงินรวม 6 ครั้ง กว่า 140 ล้านบาท โดยจับกุม พลตำรวจตรี กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมพวก เบื้องต้นประมาณ 10 คน

โดยพฤติการณ์ของคดีนั้น ผู้เสียหายทั้ง 6 ราย แจ้งว่า เมื่อวันที่ 23 พฤษาคม เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.จว.ชลบุรี ได้นำค้น 3 จุด ได้แก่

จุดที่ 1 นายธนินวัฒน์ หรือเป้ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง แขวงสวามวาตันตก เขตคลองสามวา กทม. พบนายธนินวัฒน์ ในสถานที่ตรวจค้น ได้แสดงหมายจับและนำตัวไป สน.คันนายาว

จุดที่ 2 นายเสฎฐวุฒิ หรือกัน ที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ตรวจค้นแล้วไม่พบนายเสฎฐวุฒิ เนื่องจากเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ โดยได้มีไลน์ไอดี ชื่อ Mr.Ton ติดต่อมา โดยมีการส่งหมายจับมาให้ดู และจะรีบกลับไปพบ Mr.Ton

จุดที่ 3 นายอภิรักษ์ หรือต๊อบ ที่บ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง หมู่ 3 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จว.นนทบุรี ตรวจค้นแล้วไม่พบอภิรักษ์ เนื่องจากไปเข้าไปทำธุระใน กทม.

หลังจากนายธนินวัฒน์ ถูกนำตัวไป สภ.คันนายาว แล้ว ชุด ศอปส.ภ.จว.ชลบุรี เวลา 16.00 น. ได้นำตัวนายธนินวัฒน์ ไป ที่ ภ.จว.ชลบุรี และได้พบกับ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และมีการพูดคุยเรื่องคดีว่าเส้นทางการเงินพัวพันกับครอบครัว โดย พล.ต.ต.กัมพล แจ้งนายธนินวัฒน์ ให้ทราบว่า มีทางออก และพูดอีกว่า “เป้รักผู้การเท่าไร เป้เขียนมา” หลังจากนั้น พล.ต.ต.กัมพล ได้พานายธนินวัฒน์ออกจากห้อง และนายธนินวัฒน์ ได้เข้าไปที่ห้องซักถาม (ข้างห้อง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี) ซึ่งนายธนินวัฒน์ ได้อยู่กับ เจ้าหน้าที่ชุด ศอปส.ภ.จว.ชลบุรี และในขณะนั้นเอง ได้มีนายพิสิษฐ์ หรือต้น ได้เข้ามาในห้องดังกล่าวด้วย และได้ดึงตัวนายธนินวัฒน์ ไปพูดคุยเกี่ยวกับการเคลียร์คดี โดยให้นายธนินวัฒน์ เสนอราคา โดยนายธนินวัฒน์ เสนอจำนวน 20 ล้านบาท แต่นายพิสิษฐ์ หรือต้น ไม่พอใจ และแจ้งว่าคิดจำนวนเงินให้แล้วเป็นเงิน 120 ล้านบาท โดยมีการเจรจาต่อรองจนเหลือยอดเงิน 65 ล้านบาท

หลังที่มีการตกลงราคากันแล้ว นายวีระ หรือบอย ได้เข้ามาในห้องดังกล่าวด้วยพร้อมพูดกับนายธนินวัฒน์ ว่า “มึงอยู่เฉยๆ เนียนกริ๊บ พี่เคลียร์ให้จบแล้ว มึงจ่ายที่ไอ้ต้นเลย”

จากนั้นเวลา 23.00 น. ในวันเดียวกัน เมื่อมีการตกลงเรื่องเงินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปอส.ภ.จว.ชลบุรี ได้นำตัวนายธนินวัฒน์ ออกจาก ภ.จว.ชลบุรี โดยรถยนต์ยี่ห้อโตโยตา รุ่นอัลพาร์ท สีดำ ติดหมายเลขทะเบียนแดง (ไม่สามารถจดจำได้) นั่งไปกับนายวีระ หรือบอย ไปยัง ชั้น 4 สภ.บางละมุง (ที่ทำการของ ศอปส.ภ.จว.ชลบุรี) โดยนายพิสิษฐ์ และนายวีระ ได้ให้นายธนินวัฒน์ ติดต่อเพื่อหาเงินมาเคลียร์เป็นจำนวนเงิน 65 ล้านบาท และในคืนดังกล่าว นายธนินวัฒน์ ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สภ.บางละมุง

วันที่ 24 พฤษภาคม นายธนินวัฒน์ สามารถติดต่อยืมเงินเพื่อส่งให้กับกลุ่มดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 65 ล้านบาทได้แล้ว โดยมาจากนายเค จำนวน 29.2 ล้านบาท ,นายพุ จำนวน 8 ล้านบาท และ น.ส.ใหม่ จำนวน 28 ล้านบาท และได้แจ้งให้นายเสฎฐวุฒิ ทราบว่านายพิสิษฐ์ ได้เรียกเงินในส่วนของตน เองเป็นจำนวน 20 ล้านบาท และนายเสฎฐวุฒิ ได้หาเงินจำนวนดังกล่าว โดยมาจาก นายบอย โดยมีการนำส่งไปยังกลุ่ม นายวีระและ นายพิสิษฐ์ นำส่งไปยัง บริเวณกระโปงท้ายรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ภายในลานจอดรถสุดซอย หมู่บ้านหนึ่ง ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี อีกส่วนหนึ่งนำส่งหลังวัดแสงแก้วโพธิญาณ อ.แม่สรวย จว.เชียงราย

เมื่อมีการนำส่งเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว รวม 85.2 ล้านบาท เวลา 20.00 น. เจ้าหน้าที่ชุด ศอปส.ภ.จว.ชลบุรี และนายวีระ ได้นำตัวนายธนินวัฒน์ ไปยัง สภ.แสนสุข เพื่อส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี โดย.พล.ต.ต.กัมพลฯ ได้อยู่ที่ สภ.แสนสุขด้วย และสั่งการให้ พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เข้ามาควบคุมการทำสำนวน และการประกันตัว

หลังจากได้รับการประกันตัว เวลา 22.00 น. นายวีระ ,เจ้าหน้าที่ชุด ศอปส.ภ.จว.ชลบุรี(บางส่วน)และ นายธนินวัฒน์ ได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านป้าแดง ลาบอุบล หลังจากนั้นนายวีระได้นำตัวนายธนินวัฒน์ โดยรถยนต์ยี่ห้อปอเช่ รุ่นคาเยน สีบรอนทอง ไปส่งนายธนินวัฒน์ที่บ้าน

วันที่ 25พฤษภาคม เวลาประมาณ 00.00 น. นายเสฎฐวุฒิ หรือกัน ได้เดินจากประเทศสิงคโปร์ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีนายเกียรติศักดิ์หรือเอ็ม ได้เดินทางไปรับ นายเสฎฐวุฒิ พร้อมเงินจำนวน 5 ล้านบาท เพื่อไปพบนายพิสิษฐ์ ที่ร้าน G-Day และมีการมอบเงินให้กับนายเสฎฐวุฒิ ไป และแจ้งว่าในวันที่ 26 ให้นำเงินมาเคลียร์อีก 20 ล้านบาท

วันที่ 26 พฤษภาคม นายวีระ ได้นัดให้นายธนินวัฒน์ และนายจักรกริชหรือแก๊บ ไปพบนายวีระ ที่ร้านอาหารปูเป็นเวลา13.00 น. เพื่อพูดคุยเรื่องคดีของนายจักรกริช ขอเข้าเป็นหุ้นส่วนเว็บพนัน และเรียกรับเงินอีกจำนวน 30 ล้านบาท ส่วนของ นายพัฒนะ ,นายเกียรติศักดิ์ และนายอภิรักษ์ กลุ่มโปรแกรมเมอร์ โดยให้ไปมอบให้ในวันที่ 27 พฤษภาคม

ตามที่ นายพิสิษฐ์ ได้นัดหมาย นายเสฎฐวุฒิไปพบเพื่อเคลียเงินจำนวน 20 ล้านบาท โดยนายเสฎฐวุฒิ เดินทางไปพร้อมกับนายเกียรติศักดิ์ นายพัฒนะ และ นายอภิรักษ์ ไปพบกับนายพิสิษฐ์ที่ บริเวณร้านสตาร์บัค ล็อบบี้ โรงแรมเซ็นทารา พัทยา และมอบกระเป๋าเดินทางที่ใส่เงินจำนวน 20 ล้านบาทให้กับนายพิสิษฐ์

วันที่ 27 พฤษภาคม นายจักรกริช ได้เดินทางไปร้าน Slowride Coffee&Caf อำเภอบางละมุง ชลบุรี พร้อมกับเงินจำนวน 30 ล้านบาท ตามคำสั่งของนายวีระ เมื่อไปถึง พบชายไทยไม่ทราบชื่อ ผิวคล้ำ เดินกระเผลก พูดไม่ชัด อ้างว่ามาจากนายบอย และนายจักรกริช ได้ส่งมอบเงินจำนวนดังกล่าวให้จำนวน 30 ล้านบาท

ผู้เสียหายทั้งหกรายจึงมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธิ์ วาสุพัน รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี, พ.ต.ท.เสถียร รัชพงษ์ไทย รอง ผกก.สภ.
หนองขาม จว.ชลบุรี, พ.ต.ต.พรเทพ เพ็ชรนวล สว.สส.สภ.วังจันทร์ จว.ระยอง, นายพิสิษฐ์หรือต้น คณิศรพาณี และนายวีระหรือบอย นาทรัพย์ ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง ในข้อกล่าวหา เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่” , “เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” , “ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น” , “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” โดยให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ข้อเสนอให้ ผบ.ตร. พิจารณาอย่างเร่งด่วน โยกย้าย ผบช.น. ซึ่งได้ปล่อยปละละเลย สัพเพร่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คดีตู้ห่าว

กราบเรียน พณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

สำเนาถึง ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์

เนื่องด้วย ข้าพเจ้าพบเห็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ผิดพลาดของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในการดำเนินคดี “จินหลิง” หลายประการ ตามที่ท่านได้รับทราบทั้งจากการรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชา และสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวปรากฏต่อสาธารณชนทั่วไป

โดยล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 27 ธันวาคม 2565 เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด คณะอัยการ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุจินหลิง เพื่อทำการตรวจความถูกต้องของทรัพย์สินที่จะต้องอายัดไว้ตรวจสอบ ทำให้มีการพบว่ารถยนต์ของกลางในสถานที่เกิดเหตุ จำนวน 11 คัน ยังมิได้ถูกตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และยังมีหลักฐานวัตถุที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและอุปกรณ์การพนันอีกเป็นจำนวนมากถูกทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุ ดังนี้

  1. เขียงไม้ สำหรับใช้ในการเสพยาเสพติด
  2. หลอดดูดที่ใช้แล้ว สำหรับใช้เสพยาเสพติด
  3. ไม้ปั่นจมูก ใช้ในการเสพยาเสพติด
  4. ชิพใช้แทนเงินสด และอุปกรณ์การพนัน

ทั้งที่วันเกิดเหตุคือ วันที่ 26 ตุลาคม 2565 ชุดจับกุมนำโดยผู้บัญชาการตำรวจนครบาล บุกเข้าจับกุมตรวจค้นพบนักท่องเที่ยวชาวจีนกำลังมั่วสุมเสพยาเสพติดจำนวนมากถึง 265 คน และตรวจพบยาเสพติดของกลางเป็นจำนวนมาก มีการติดตามขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง อีกทั้งจำนวนทรัพย์สินที่ตรวจอายัดของบุคคลที่เชื่อว่าเป็นเจ้าของสถานที่จินหลิง คือ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือนายตู้ห่าว ก็มีมูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านบาท

แต่จนถึงเมื่อวานนี้ วันที่ 27 ธันวาคม 2565 นับเป็นเวลา 2 เดือนเต็มที่ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลในฐานะหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ปล่อยปละละเลย สัพเพร่า ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการเก็บตรวจพิสูจน์หลักฐาน และเอกสารในพื้นที่เกิดเหตุ

รวมทั้งข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดี มีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจ หากยังคงปล่อยให้อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลต่อไป จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร

ข้าพเจ้า ภาคประชาชน องค์กรต่างๆ ทุกภาคส่วน จึงขอเสนอให้ท่าน สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเร่งรัดดำเนินการโยกย้าย พล.ต.ท.ธิติฯ ออกจากการกำกับดูแลพื้นที่นครบาลโดยเร็ว แม้ข้าพเจ้าจะทราบดีว่าจะต้องรอให้ถึงเดือนเมษายน 2566 ตามวาระการโยกย้ายที่จะมาถึงจึงจะทำได้ตามกฎ ก.ตร.

แต่หากยังคงให้ท่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาลอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแม้แต่เพียงวันเดียว จะก่อให้เกิดความเสียหายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อีกทั้งการไม่สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในคดีตู้ห่าวซึ่งเป็นคดีใหญ่ จากการมิได้เอาใจใส่ในการทำงานให้มีมาตรฐานเยี่ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทั่วไป มีการทิ้งของกลางไว้ในที่เกิดเหตุเป็นระยะเวลาถึง 2 เดือนโดยไม่ตรวจสอบและจัดเก็บอย่างถูกต้อง ทำให้มีความเสียหายต่อรูปคดี กลับเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อผู้ต้องหา

การดำเนินการเท่าที่จะทำได้ เพื่อเป็นการเยียวยาประชาชนที่เสียหายจากพฤติการณ์ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาล คือ การกำชับสั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการแทน ซึ่งอยู่ในอำนาจที่จะทำได้โดยเร็วก่อนสิ้นปี 31 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่คนกรุงเทพฯ ที่มีผู้บัญชาการตำรวจนครบาลที่ไร้ความสามารถ

ทั้งนี้หากท่านไม่กระทำ ย่อมแสดงถึงการไม่เอาใจใส่ต่อการดูแลบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนคนกรุงเทพฯ

ข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียนท่านให้พิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนโดยรวม อันจะเป็นการแสดงถึงความเอาใจใส่ของผู้นำองค์กรสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

ทลาย 2 เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ รายใหญ่ของ “เหมรัศมิ์ ,A-SETZONE ของ “เอ มินเนี่ยน”เงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้าน พบ 5 ตำรวจเอี่ยวจ่อฟันเอาผิดขั้นเด็ดขาด

วันที่ 28 ม.ค.65.- เมื่อเวลา 13.45น.ที่สน.นางเลิ้ง นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีฐานะ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. พร้อมด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สน.นางเลิ้ง ว่า ตามนโยบายรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบและดําเนินคดี (คตส.) ดําเนินการตรวจสอบการร้องเรียนต่างๆ ที่ ได้รับจากประชาชนรวมไปถึงเรื่องที่เกี่ยวการพนันออนไลน์ และที่ผ่านมา คตส. ได้รับเรื่องร้องเรียน จากผู้ปกครองที่มีลูกหลาน หลงผิดเข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ แจ้งเข้ามา และได้ดําเนินการตรวจสอบมาโดยตลอด กว่า 1 ปี พบว่ามีการลักลอบจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ (บาคาร่า) ผ่าน 10 เว็บไซต์ดัง sagame88 wip1688, gagame88 และ mbk25 ได้ทำการปิดเว็บไซต์ทั้งหมดแล้ว
.
ต่อมาผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตํารวจคณะทํางาน คตส. นําโดย พ.ต.อ. ภูมิยศ เหล็กกล้า รอง ผบก.ศผร.บช.น./คณะทํางาน คตส., พ.ต.ท.รัชพล กิตติคุณชนก รอง ผกก.สส.บก.น.2, พ.ต.ท.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา รองผกก.สส. สน.ห้วยขวาง คณะทํางาน คตส. ดําเนินการตรวจสอบและสืบสวน จนกระทั่งพบข้อมูลที่เชื่อมโยงว่า นายเหมรัศมิ์ เขมณัฐสวัสดิ์ หรือ โอ๊ต กับพวก นั้นมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องการเว็ปไซต์พนันดังกล่าว และมี พฤติกรรมในการฟอกเงินพบเงินหมุนเวียนกว่า 20,000 ล้านบาท จึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงาน สอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวม พยานหลักฐานต่างๆ และได้ขออํานาจศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหากับพวกรวม 52 คน ในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันออนไลน์ (บาคาร่า) พนันเอาทรัพย์สิน กันโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีวงเงินในการกระทําความผิดรวมกันมีมูลค่าตั้งแต่ห้าล้านบาทขึ้นไป และร่วมกัน กระทําความผิดมูลฐานซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน เป็นการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน” และเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ยื่นคําร้องขอหมายค้นต่อศาลเพื่อค้นหาผู้ต้องหาและ พยานหลักฐานต่าง ๆ จํานวน 22 จุด และสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจํานวน 7 ราย และตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มเครือข่ายของนายเหมรัศมิ์ฯ รถหรู จํานวน 8 คัน อายัดบ้านหรูพร้อมที่ดิน จํานวน 6 หลัง อายัดบัญชีธนาคาร 50 บัญชี นําส่งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ดําเนินคดีตามกฎหมาย
.
ส่วนอีกเครือข่ายเป็นของนายอดิศร โสภา หรือ เอ มินเนี่ยน ที่ขณะนี้อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อเว็บไซต์ A-SETZONE ซึ่งสามารถจับกุมเครือข่ายและลูกน้องได้บางส่วน พบเงินหมุนเวียนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถปิดเว็บไซต์ได้เนื่องจากเปิดเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศกัมพูชา จึงต้องขออนุญาตศาลทำการปิดกั้นการมองเห็นในประเทศต่อไป ทั้งนี้พบเจ้าหน้าที่ตำรวจ 5 รายมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในการเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งสองเครือข่ายนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
.
อย่างไรก็ตามพลเอกประยุทธ์แสดงความห่วงใยฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชน ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานถูกมอมเมาเล่นการพนัน หากพบเห็นการเข้าไปเล่นพนันออนไลน์ให้แจ้งเบาะแสเจ้าหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีสายด่วน 1111 รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทันที
.
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

ตร.ซิ่งชนคนตาย

เพจดังเผยภาพตำรวจหนุ่ม ยศสิบตำรวจตรี ที่คาดว่าเป็นผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ชนแพทย์หญิงเสียชีวิต ขณะข้ามทางม้าลาย คนเห็นเหตุการณ์เผยตัวคุณหมอโดนชนลอยหมุนกลางอากาศก่อนตกลงพื้น

Cr.MGRonline #แพทย์หญิง #บิ๊กไบค์ #ทางม้าลาย

ตำรวจซิ่งบิ๊กไบค์ ชนคนข้ามทางม้าลาย

ครอบครัวของพญ.วราลักษณ์ ศุภวัฒน์จริยกุล ขอกําชับให้ผู้ใดมีข้อมูลเกี่ยวกับคนขับรถบิ๊กไบค์ดูคาติสีแดงติดต่อตํารวจ หลังวราลักษณ์ถูกชนบนถนนทางม้าลาย แยกบนถนนพญาไทหน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ กรุงเทพฯ เวลา 15.10 น. วันศุกร์‎

รถคันอื่นจอดสําหรับคนเดินเท้าที่ทางแยก แต่ไม่ใช่บิ๊กไบค์ วราลักษณ์จักษุแพทย์สูญเสียชีพจรของเธอในจุดเกิดเหตุและเสียชีวิตในไม่ช้าหลังจากนั้น

‎‎จากข้อมูลของมูลนิธิห้ามเมาแล้วขับมีผู้เสียชีวิต 47 คนบนถนนในประเทศไทยในช่วง 24 ชั่วโมงในวันพฤหัสบดีและบาดเจ็บ 2,676 คน – วันก่อนที่วราลักษณ์จะถูกชน /ตํารวจพญาไท สามารถติดต่อได้ที่ 02-354-6958 ‎


‎อัพเดท: ชายที่ขับบิ๊กไบค์ Ducati ซึ่งชนคนเดินเท้าที่ทางแยกได้รับการระบุชื่อสิบตำรวจตรี นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กก.อารักขา บก.อคฝ. ขับขี่ จยย DUCATI MONSTEN สีแดง ทะเบียน 1 กผ 9942 เชียงราย

เมื่อวาน พญ คนหนึ่ง ข้ามถนนใจกลางกรุง เพื่อจะกลับที่พักหลังเลิกงาน

จักรยานยนต์คันหนึ่ง วิ่งมาด้วยความเร็วสูง ชนเธอ จนเสียชีวิต

เรื่องมันบีบหัวใจมาก ตรงที่

  1. เหตุเกิดตรงทางม้าลาย
  2. คนขับเป็นตำรวจ
  3. ประชาชนต้องช่วยกันประกาศหาหลักฐานกล้องหน้ารถกันเอง

สรุป #ตำรวจมีไว้ทำอะไร

ฉาววงการกากี! ร.ต.อ.ย่ำยี 2พี่น้องนานนับปี ยายเครียด ตร.ปล่อยตัว ไม่จับกุม

วันที่ 21 ม.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี พร้อมคณะได้เดินทางมายังพื้นที่ จ.ตรัง ติดตามและช่วยเหลือ หลังจากมียายเด็กเข้าร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณา ว่าหลานสาว 2 พี่น้อง อายุ 12 ปี และอายุ 16 ปี ถูกตำรวจยศ ร.ต.อ. สังกัดโรงพักแห่งหนึ่ง ใน จ.ตรัง กระทำชำเราต่อเนื่องนานนับปี

จนเด็กทนไม่ไหวจึงบอกยาย และทางยายได้ขอความเป็นธรรมมายังมูลนิธิปวีณา เพื่อช่วยเหลือหลานสาวทั้ง 2 คน และให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นถึงนายตำรวจยศ ร.ต.อ.

ต่อมา นางปวีณา ได้ประสาน นางมณี สารผล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ตรัง และนางนูรียัน นิเต๊ะ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง นำเด็กผู้เสียหายเข้าคุ้มครอง และได้ประสาน พล.ต.ต.สันทัดวินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ให้ยายเข้าแจ้งความ และให้ความเป็นธรรมผู้เสียหายโดยดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง นอกจากจะติดตามคดีแล้ว จะเข้าเยี่ยมเด็กทั้ง 2 คน ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง เพื่อวางอนาคตการศึกษาร่วมกับ พมจ. และ หัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.ตรัง

ยายเด็ก กล่าวว่า ตนมีลูก 2 คน คนโตเป็นลูกชาย ชื่อ นายเอก (นามสมมติ) มีลูกสาว ชื่อ น.ส.แก้ว (นามสมมติ) อายุ 20 ปี ลูกคนที่สองของยาย ชื่อนางอ้วน (นามสมมติ) มีลูกสาว 2 คน ชื่อน้องเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี เมื่อประมาณ 2 ปี ก่อน ตำรวจรายนี้ได้คบหาอยู่กินกันกับ น.ส.แก้ว มาก่อนหน้านี้แล้ว และต่อมา นางอ้วน ได้ถูกตำรวจ จ.ตรัง จับกุมข้อหายาบ้า เดือน พ.ย. 63 โดยมีตำรวจคนดังกล่าวอยู่ในชุดจับกุมด้วย ปัจจุบันต้องโทษอยู่ในเรือนจํา

ต่อมาช่วงเดือน ธ.ค. 63 ตำรวจรายนี้ให้ น.ส.แก้ว มารับ ด.ญ.บี อายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกของนางอ้วน และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ น.ส.แก้ว ไปอยู่ด้วยโดยอ้างว่าสงสารเด็กเพราะแม่ติดคุก เมื่อเด็กไปอยู่ใต้ประมาณ 3 วัน ได้ถูกนายตำรวจรายนี้กระทำชำเรา ข่มขู่ห้ามบอกใครและถูกกระทำมาเรื่อย ๆ ซึ่งเด็กไม่กล้าบอกใคร เพราะนายตำรวจรายนี้จะวางปืนอยู่บนหัวเตียงนอนประจำและข่มขู่ และยังบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ด้วยกัน 3 คน กับพี่สาว เวลาผ่านมาร่วมปี จนถึงวันที่ 8 ม.ค. 65 เด็กทนไม่ไหวจึงบอกกับ น.ส.แก้ว ว่าขอกลับไปหายาย น.ส.แก้ว จึงพามาส่ง เด็กจึงตัดสินใจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง

ยายเด็ก กล่าวต่อว่า อีกทั้ง น้องเอ อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นพี่สาว แท้ๆของ ด.ญ.บี นั่งฟังอยู่ด้วย จึงเล่าให้ยายฟัง อีกคนว่าที่ น.ส.แก้ว มารับน้องเอ อายุ 16 ปี ไป ที่ห้องพักตำรวจอ้างว่าจะพาไปเที่ยว และปล่อยให้อยู่ตามลำพังกับนายตำรวจดังกล่าว และได้ถูกตำรวจคนดังกล่าวในห้องนอน และได้ถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์ ขู่ห้ามบอกใครเช่นกัน และ น.ส.แก้ว จะมารับ น้องเอ ไปมีเพศสัมพันธ์กับตำรวจรายนี้ด้วย

ตนได้ฟังหลานสาวเล่าแล้วตกใจมากและไม่เคยรู้ว่าหลานถูกย่ำยีขนาดนี้ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หากต้องเข้าแจ้งความกลัวว่าครอบครัวจะไม่ปลอดภัย และในทุก ๆ คืนต้องทนทรมานข่มตานอนสงสารหลานทั้ง 2 คน จึงตัดสินใจติดต่อมายังเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิปวีณาให้ช่วยเหลือ

เมื่อ นางปวีณา รับเรื่อง ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ ยายทันที และทราบว่า น.ส.แก้ว ได้มารับ ด.ญ.บี อายุ 12 ปี กลับไปอยู่ด้วยที่ห้องพักตำรวจกับนายตำรวจคนดังกล่าวอีก นางปวีณา จึงให้ยาย ไปรับ ด.ญ.บี กลับมาบ้าน และนางปวีณา ได้ประสาน นางมณี สาระพล พมจ.จ.ตรัง และนางนูรียัน โต๊ะ หัวหน้าบ้านพักเด็ก จ.ตรัง ขอให้รับเด็ก 2 คน คือ ด.ญ.บี และ น.ส.เอ เข้ารับการคุ้มครองที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ตรัง ทันที

ต่อมาวันที่ 15 ม.ค. 65 นางปวีณา ได้ประสานให้ข้อมูลกับ พล.ต.ต. สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง พล.ต.ต. สันทัด วินสน ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงเข้าไปสอบเด็กผู้เสียหายที่บ้านพักเด็ก ๆ และให้เจ้าหน้าที่ บ้านพักเด็กพายายเข้าแจ้งความ และพาเด็กผู้เสียหายทั้ง 2 คน ไปตรวจร่างกาย

ในวันที่ 18 ม.ค. 65 เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ จ.ตรัง ได้พาเด็กผู้เสียหายทั้ง 2 คน เข้าสอบปากคำตาม สหวิชาชีพ ที่สำนักงานอัยการ จ.ตรัง โดยเด็กทั้ง 2 คน ให้การยืนยันชัดเจนว่าถูกนายตำรวจคนดังกล่าว ขืนใจมาโดยตลอดจริง ต่อมาวันที่ 19 ม.ค. 65 ได้รายงานมาว่าตำรวจได้ให้ ร.ต.อ. คนดังกล่าว มารับทราบข้อกล่าวหา และได้ปล่อยตัวไปชั่วคราว และจะให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ยายของเด็ก กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเครียดมากเมื่อรู้ว่าตำรวจรายนี้ได้รับการปล่อยตัว ทั้ง ๆ ที่เขาทำผิดกับหลานสาวของตน ทำไมถึงไม่มีการจับกุม ตนกลัวความปลอดภัยเกรงจะมาข่มขู่ทำร้ายบีบบังคับให้ถอนคดี ตอนนี้ตนเป็นห่วง น.ส.แก้ว มาก ไม่สามารถติดต่อได้ปิดมือถือ ก่อนหน้านี้ น.ส.แก้ว ได้ให้การเป็นประโยชน์กับตำรวจไว้แล้ว แต่ตอนนี้ตำรวจรายได้พา น.ส.แก้ว ไปอยู่ที่ไหน ตนต้องการเจอหลานขอให้ นางปวีณา ช่วยติดตาม น.ส.แก้ว กลับมา

ขณะที่ นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องการขืนใจเด็กเป็นเรื่องใหญ่ หากเข้าราชการตำรวจกระทำผิดจริง ก็ต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต้องดำเนินคดีกับตำรวจที่กระทำความผิด ใครผิดก็ต้องลงโทษ จึงขอสอบถาม พล.ต.ต. สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง ว่าทำไมตำรวจรายนี้ยังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวที่สถานีตำรวจไม่ต้องส่งศาล ขอให้ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง พล ด.ต.สันทัด วินสน ได้ชี้แจงให้เหตุผลให้ทราบด้วย

วันนี้ นอกจากจะมาติดตามเรื่องคดีนี้แล้ว ยังได้เข้าเยี่ยมเด็กผู้เสียหาย อายุ 12 ปี และอายุ 16 ปี ทั้ง 2 คน ที่บ้านพักเด็กและ ครอบครัว จ.ตรัง พร้อมประชุม หาแนวทาง ช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจ และให้การศึกษาเด็กผู้เสียหายทั้ง 2 คน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงบ่ายวันนี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด ครั้ง เพื่อประชุมหารือหาทางด้านคดีและช่วยเหลือเด็กต่อไป ข่าวคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

Cr.facebook, web ท้องถิ่น

ศาลปกครองสูงสุดไม่คุ้มครอง

“วิระชัย” ปม “นายกฯ-จักรทิพย์” สำรองราชการพ้นตำแหน่งรอง ผบ.ตร. ชี้หากคุ้มครองฯ อาจทำให้ใช้อำนาจเข้าไปยุ่งพยานหลักฐานคดีคลิปเสียง-กระทบศรัทธาประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

Cr.NEWS1

ตำรวจ สภ.สิชล แจง ผบ.ตร. ปมปล่อยขี้ยาซ้อมเพื่อนบ้านออกมาฆ่าคนตาย

ตำรวจ สภ.สิชล แจง ผบ.ตร. จากกรณีที่นายอดิศร หรือโป้ อายุ 28 ปี มักจะอาละวาดคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกาย จนได้รับความเดือดร้อนมายาวนาน และเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นางวิภา อายุ 66 ปี จนบาดเจ็บต้องหามส่งโรงพยาบาลสิชล เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนายอดิศร ไปดำเนินคดีแต่กลับปล่อยตัวออกมา ก่อนจะไปดุด่านายวิโรจน์ อายุ 64 ปี พ่อเฒ่าชาวประมงคนดี ที่เป็นที่รักของชาวบ้าน และเป็นสามีของนางวิภา ผู้บาดเจ็บ และมีบ้านอยู่ใกล้กัน จนนายวิโรจน์ สุดทนนำปืนขนาด .32 ออกมาข่มขู่ให้หวาดกลัว

ทั้งนี้ นายอดิศร ได้ตรงเข้าไปทำร้ายนายวิโรจน์ และแย่งปืนมาได้ ก่อนรัวยิงจนหมดโม่ 6 นัด นายวิโรจน์ เสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อ 18 ม.ค. ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้าน ที่มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับนายอดิศร ทาสยานรกไปแล้วกลับปล่อยออกมาก่อเหตุยิงคนตาย

ล่าสุด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ประชุมผู้บังคับการตำรวจทุกจังหวัด สอบถาม พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ในขณะที่ทางญาติและผู้นำ ผู้บริการองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้นัดรวมตัวประท้วงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สิชล ในช่วงเวลา 13.00 น.วันเดียวกันนี้ ที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายอดิศร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ด้าน พล.ต.ต.สมชาย ซื่อต่อตระกูล ผบกผ.ภ.จว.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้ชี้แจง ผบ.ตร.ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปแล้ว ถึงกรณีที่ตำรวจจับนายอดิศร ผู้ต้องที่อาละวาดก่อความวุ่นวายและทำร้ายร่างกายนางวิภา จนบาดเจ็บ เพราะหลังการจับกุมตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหาก่อความวุ่นวาย

ส่วนคดีทำร้ายร่างกายยังไม่ได้รับเป็นคดี โดยจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง และเมื่อมีการเปลี่ยนเวร พนักงานสอบสวนคนใหม่เห็นว่านายอดิศร ถูกจับกุมในข้อหาก่อเหตุวุ่นวาย และอาการต่าง ๆ เป็นปกติแล้ว จึงสั่งปรับตามกฎหมายและปล่อยตัวไป เนื่องจากในคดีก่อความวุ่นวายถือว่าไม่ได้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ทางตำรวจไม่มีอำนาจในการควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เกินจากที่กฎหมายกำหนด จึงปล่อยตัวไป จนกระทั่งสายของวันที่ 18 ม.ค. ได้ไปเกิดเหตุแย่งปืน และยิงนายวิโรจน์จนถึงแก่ความตายดังกล่าว

Cr.Amarin

บช.น. ปรับ 500 บาท รถตำรวจแปะสติ๊กเกอร์บังทะเบียน

บช.น. รับรถตำรวจจริง แปะสติกเกอร์บังทะเบียน ปรับแล้ว 500 บาท อ้างไม่รู้ว่ามีสติกเกอร์ติดอยู่ก่อนที่จะขับออกไป 

พล.ต.ต.จิรสันต์  แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. โฆษก บช.น. และ พล.ต.ต.นิธิธร  จินตกานนท์  รอง ผบช.น.  รองโฆษก บช.น. ได้ชี้แจงกรณีปรากฏภาพเผยแพร่ทางสื่อโซเชียลโดยระบุข้อความว่า “ไปทำอะไรมา ถึงต้องปิดแผ่นป้ายทะเบียน ถามจริง !! ไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยเหรอ”

บช.น. ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่า ข้าราชการตำรวจที่ปรากฏในภาพดังกล่าวคือ  ด.ต.สุดสาคร บุญล้อม ผบ.หมู่ จร.สน.ทุ่งมหาเมฆ จากการสอบถาม ด.ต.สุดสาครฯ ยืนยันว่า เป็นบุคคลตามภาพถ่ายจริง และได้ขับขี่ี่รถจักรยานยนต์ตามที่ปรากฏในภาพจริง  ซึ่ง ด.ต.สุดสาคร ฯ ไม่ทราบว่ามีการปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนอยู่ในขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าวออกไป ซึ่งสติ๊กเกอร์ดังกล่าวเป็นสติ๊กเกอร์รณรงค์ปลอดโควิด ปลอดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๕ และ ด.ต.สุดสาคร ฯ ยืนยันว่ามิได้มีเจตนาที่จะปิดบังแผ่นป้ายทะเบียน โดยปัจจุบันได้มีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว

จากนั้นได้นำตัว ด.ต.สุดสาคร บุญล้อม ไปพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อทำการเปรียบเทียบปรับในความผิดฐาน “ เปลี่ยนแปลงโดยวิธีใดๆ หรือปิดบังทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งเครื่องหมายที่นายทะเบียนออกให้ประจำรถ ” เป็นจำนวนเงิน 500 บาท

ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทุกสายงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมสั่งการหากมีการกระทำความผิดก็ต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นเดียวกัน และกำชับให้มีการกวดขันจับกุมรถจักรยานยนต์ที่ฝ่าผืนกฎหมายจราจร

โดยมุ่งเน้นให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และลดอุบัติเหตุทางถนนโดยเคร่งครัดต่อไป

บช.น. ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบ หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับกฎหมายจราจร โปรดแจ้งสายด่วน 1197 หรือ 191 รวมทั้งสถานีตำรวจท้องที่

Cr.Ch3Thailand

ผกก.ไหว้ขอโทษ หนุ่มโดนจับพกการบูร ขอเยียวยาชดใช้ เหยื่อลั่นเสียความรู้สึก

ผกก.ไหว้ขอโทษ หนุ่มโดนจับพกการบูร ขอเยียวยาชดใช้ เหยื่อลั่นเสียความรู้สึก ก่อนไม่ติดใจเอาความ แจ้งความแค่ข้อหาทำร้ายร่างกาย

จากกรณีหนุ่มสุดซวย เกือบตกเป็นแพะ หลังโดนตำรวจและตำรวจอาสา ขอตรวจค้นรถยนต์ บริเวณทางเข้าซอยแบริ่ง ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งการตรวจค้น ตำรวจไปเจอกับสารสีขาว และอ้างเป็นสารเสพติด ต่อมาแม่ผู้เสียหายมาที่จุดเกิดเหตุ ยืนยันสารสีขาวไม่ใช่สารเสพติด ที่แท้เป็นการบูรที่ซื้อมาใส่ไว้ในรถลูกชาย ซ้ำตำรวจยังข่มขู่ ทำร้ายและไม่ให้ไปแจ้งความ
สำหรับความคืบหน้า ล่าสุดวันที่ 13 ม.ค.65 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ นำหลักฐาน และพานายฮาซัน อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหาย และครอบครัว มาเข้าพูดคุยเจรจากัน ก่อนตัดสินใจแจ้งความดำเนินคดี


นายฮาซัน เปิดเผยว่า อยากให้ตำรวจมีดุลพินิจในการดูของกลาง หรือยาเสพติด ให้มากกว่านี้ อยากจะถามถึงชุดที่จับกุมในวันนั้น ว่าตนอ้อนวอนเขา ปฎิเสธทุกครั้งว่าไม่มีสารเสพติด ก้มลงไปกราบเท้า จนอยากจะถามว่าชุดจับกุมนั้น กล้าทำเหมือนตนวันนั้นหรือเปล่า ตนเสียความรู้สึก ฝังอยู่ในใจทุกวันนี้ ฝากถึงคนที่ต่อยหน้า อยากให้ควบคุมอารมณ์มากกว่านี้
นางพจนีย์ อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ขอบคุณตำรวจ ที่มีความอดทนมายืนรอหน้าบ้าน ครึ่งชั่วโมง เพื่อขอโทษ ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าแม่ก็กลัว ที่ไม่ได้ออกมาต้อนรับตำรวจ แม่ก็ขอโทษด้วย อยากฝากถึง ตำรวจที่พึ่งของประชาชน อยากให้มีดุลพินิจในการจับกุมยาเสพติด อยากให้กรณีลูกชายเป็นกรณีอุทาหรณ์ แม่ก็สบายใจขึ้นที่ได้มาพูดคุยกับตำรวจในวันนี้
พ.ต.อ.อาทิตย์  ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ เปิดเผยว่า ตนยินดีรับผิดชอบ กับเรื่องทั้งหมด เป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน พร้อมเข้าไปเยียวยาผู้เสียหาย ในสิ่งที่ผิดพลาดก็ต้องไปถอดบทเรียน แก้ไข เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีก ส่วนเรื่องคดีก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง เป็นไปตามขั้นตอน ตนในฐานะผู้บังคับบัญชา อยากจะกราบขอโทษ น้องฮาซัน และครอบครัว


หลังจากนั้น พ.ต.อ.อาทิตย์  ซิ้มเจริญ ผกก.สภ.สำโรงเหนือ และตำรวจ ได้ลุกขึ้น ยกมือไหว้ขอโทษ โดยผู้เสียหาย และครอบครัวก็ลุกขึ้น รับไหว้ตำรวจ
ต่อมาทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ เผยต่อว่า ได้คุยกับผู้เสียหายมาแล้ว ทางตำรวจออกมาแสดงความรับผิดชอบ เยียวยา ผู้เสียหายก็ไม่ติดใจดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ เบื้องต้นจะแจ้งความ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกาย” เพียง 1 ข้อหาเดียว ว่าไปตามกฎหมาย และตนในฐานะทนายความ จะติดตามเรื่องการเยียวยา ให้ผู้เสียหาย

Cr.ข่าวสด